เมนู

6. ปฐมภิกขุสูตร

1

มรรค 8 เรียกว่าพรหมจรรย์


[29] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มี
พระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควร
ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ที่เรียกว่าพรหมจรรย์ ๆ ดังนี้ ก็พรหมจรรย์เป็นไฉน ที่สุดแห่งพรหมจรรย์
เป็นไฉน.
[30] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ อริยมรรคประกอบ
ด้วยองค์ 8 คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้แลเป็นพรหมจรรย์ ความสิ้น
ราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้ เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์.
จบปฐมภิกขุสูตรที่ 6

7. ทุติยภิกขุสูตร



ความกำจัดราคะ เป็นชื่อนิพพานธาตุ


[31] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มี
พระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควร
ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ที่เรียกว่า ความกำจัดราคะ ความกำจัดโทสะ ความกำจัดโมหะ ดังนี้ คำว่า
1. สูตรที่ 6 ไม่มีอรรถกถาแก้

ความกำจัดราคะ ความกำจัดโทสะ ความกำจัดโมหะ นี้เป็นชื่อแห่งอะไร
หนอ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่า ความกำจัดราคะ
ความกำจัดโทสะ ความกำจัดโมหะ นี้เป็นชื่อแห่งนิพพานธาตุ เพราะเหตุ
นั้น จึงเรียกว่าธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ.

ความสิ้นราคะ ชื่อว่าอมตะ


[32] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุนั้นได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า อมตะ ๆ ดังนี้ อมตะ
เป็นไฉน ทางที่จะให้ถึงอมตะเป็นไฉน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ
ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่าอมตะ อริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ 8 คือ สัมมา-
ทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้แลเรียกว่าทางที่จะให้ถึงอมตะ.
จบทุติยภิกขุสูตรที่ 7

อรรถกถาทุติยภิกขุสูตร



พึงทราบวินิจฉัยในทุติยภิกขุสูตรที่ 7.
บทว่า นิพฺพานธาตุยา โข เอตํ ภิกฺเข อธิวจนํ ความว่า นั่น
เป็นชื่อแห่งนิพพานธาตุอันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ เป็นอมตะ. บทว่า อาสวานํ
ขโย เตน วุจฺจติ
ท่านแสดงว่า อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า ธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ
เพราะความกำจัดราคะเป็นต้นนั้นเสียได้. พระอรหัต ชื่อว่า ความสิ้นอาสวะ.
บทว่า ราควินโย เป็นอาทินั่น เป็นชื่อแม้ของพระอรหัตเท่านั้น. บทว่า